ล้อมคอกธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

ล้อมคอกธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

นักข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์)

ได้เปิดรับฟังข้อคิดเห็น วิธีการสำหรับการห้ามผู้ประกอบกิจการสินทรัพย์ดิจิทัล ให้บริการหรือส่งเสริมการให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล ที่มีการจ่ายผลตอบแทนแก่ผู้ฝากแล้วก็การให้กู้ยืมเงิน (deposit taking & lending) เพื่อปกป้องผู้ซื้อขายแล้วก็สามัญชนจากความเสี่ยงทางธุรกิจของผู้ให้บริการธุรกรรม รวมถึงเพื่อช่วยลดปัญหาที่อาจเป็นเพราะการเข้าใจผิดว่า เป็นบริการที่มีการกำกับดูแลจากหน่วยงานควบคุม กระทั่งบางทีอาจทำให้เกิดความเสียหายของประชากร

เนื่องจากยังไม่มีการกำกับดูแลทั้งในและเมืองนอก และปัจจุบันนี้มีผู้ให้บริการในต่างชาติหลายรายที่ประสบเจอกับปัญหาด้านสภาพคล่องจนต้องหยุดให้บริการแล้วก็มีการระงับการถอนสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้า คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

สินทรัพย์ดิจิทัล

ได้เปิดรับฟังข้อคิดเห็นเกี่ยวกับวิธีการสำหรับการกำกับดูแล โดยมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

1.ห้ามผู้ประกอบกิจการสินทรัพย์ดิจิทัล รับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลแล้วก็นำสินทรัพย์ดิจิทัลที่รับฝากไปให้กู้ยืมหรือลงทุนและจ่ายผลตอบแทนแก่ผู้ฝาก

2. ห้ามผู้ประกอบกิจการสินทรัพย์ดิจิทัล รับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลโดยจ่ายผลตอบแทนให้แก่ผู้ฝาก แม้ว่าผลตอบแทนดังกล่าวมาแล้วข้างต้นมิได้มาจากการนำสินทรัพย์ดิจิทัลที่รับฝากไปหาผลประโยชน์ (ดังเช่น อาจมาจากงบประมาณสนับสนุนการค้าขายบริษัทหรือบริษัทในกลุ่ม เป็นต้น) ก็ตาม ยกเว้นมีลักษณะเป็นการสนับสนุนวิธีขายตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ประกาศระบุ

3.ห้ามทำการโปรโมทหรือเชิญชวนคนทั่วๆไปหรือทำการอื่นใดที่มีลักษณะเป็นการเกื้อหนุนการให้บริการ deposit taking & lending ของผู้ให้บริการหรือบุคคลอื่น ดังเช่น เป็นช่องทางให้ลูกค้าสามารถใช้บริการผู้ให้บริการ deposit taking & lending ในเมืองนอกผ่านแพลตฟอร์มหรือแอปพลิเคชันของผู้ประกอบกิจการได้ เป็นต้น

นอกนั้น คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ยังได้เปิดรับฟังข้อคิดเห็นวิธีการ เกี่ยวกับการปรับปรุงแก้ไขการเปิดเผยความเสี่ยงจากการค้าขายคริปโตเคอร์เรนซีแล้วก็การกำหนดค่าการซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลต่อธุรกรรมอย่างน้อย 5,000 บาท เพื่อมั่นใจว่าผู้ซื้อขายจะมีความรู้เกี่ยวกับสินค้า การลงทุนแล้วก็การบริหารความเสี่ยงจากการลงทุน แล้วก็สามารถรับความเสี่ยงได้ในระดับที่เหมาะสม สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงของสินค้า รวมถึงได้ข้อมูลประกอบกิจการตัดสินใจอย่างเพียงพอ